กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน
Department of Labour Protection and Welfare

แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับความเป็นธรรมอย่างทั่วถึงเทียบเท่าระดับสากล

แรงงานมีปัญหา โทรปรึกษา สายด่วน 1546

นายก ห่วงใย เพลิงไหม้เม้าท์เท่นบีผับสัตหีบ สั่ง รมว.เฮ้ง ส่งทีมเฉพาะกิจเร่งตรวจสอบช่วยเหลือโดยด่วน


        วันที่ 5 สิงหาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบริการเม้าท์เท่นบี (MOUNTAIN B) เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ของคืนที่ผ่านมา ตั้งอยู่ที่บริเวณริมถนนสาย สุขุมวิท บางนา-ตราด ม.7 ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ว่า ทันทีที่ทราบข่าวท่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงาน ได้แสดงความห่วงใยและเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมสั่งการให้กระทรวงแรงงานเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ความช่วยเหลือลูกจ้างและนายจ้างที่ได้รับผลกระทบโดยด่วน ในวันนี้ผมได้มอบหมายให้ นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสมพจน์ กวางแก้ว รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นำทีมชุดเฉพาะกิจตรวจสอบอุบัติเหตุ อุบัติภัย หรือการประสบอันตรายจากการทำงาน กรณีร้ายแรงลงพื้นที่พร้อมด้วยศูนย์ความปลอดภัยในการทำงานเขต 2 ชลบุรี และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานจังหวัดชลบุรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและหาสาเหตุการเกิดเหตุดังกล่าวว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องหรือไม่ หากพบว่ามีการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า มีผู้เสียชีวิต 13 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 4 ราย ซึ่งร่างของผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลสัตหีบทั้งหมด ขณะนี้สามารถพิสูจน์ทราบชื่อได้ 8 ราย

       

        นายสุชาติ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงแรงงานได้ส่งเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดจังหวัดชลบุรีไปตั้งหน่วยบริการประชาชนร่วมกับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ของเทศบาลเมืองสัตหีบ ณ บริเวณที่เกิดเหตุเพื่อคอยรับเรื่องประสานอำนวยความสะดวกตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ส่วนการให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิประโยชน์ความคุ้มครองตามกฎหมายนั้น เบื้องต้นจากการตรวจสอบข้อมูลผู้เสียชีวิตทั้งหมด 13 ราย พบว่า เป็นผู้ประกันตนอยู่ในปัจจุบัน 2 ราย คือ รายแรก นายสุรกานต์ เรืองฤทธิ์ เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้างไทยบริษัท ซัมมิท ฮาร์เนส จังหวัดชลบุรี ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 99,115.89 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 71,322 บาท และค่าทำศพ 50,000 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 220,437.89 บาท รายที่ 2 นายฉัตรชัย ชื่นค้า เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ลูกจ้าง บริษัท เคนออโต้พาร์ทส์ จังหวัดระยอง ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 27,978.45 บาท เงินสงเคราะห์กรณีตาย 24,000 บาท และค่าทำศพ 50,000 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 101,978.45 บาท ส่วนผู้เสียชีวิตที่เคยเป็นผู้ประกันตน 3 ราย คือ รายแรก นายวรากุล จำรัส เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพ 7,672.92 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 7,672.92 บาท รายที่ 2 นายวิริยะ แต่งสง่า เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 40ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพมาตรา 33 จำนวน 24,410.50 บาท และเงินชราภาพมาตรา 40 อีกจำนวน300.96 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 24,711.46 บาท และรายที่ 3 นางสาวนันทิยา จันทา ภายหลังได้เปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวสวิตตา จันทา ทายาทจะมีสิทธิได้รับเงินชราภาพมาตรา 33 จำนวน 10,175.84 บาท และเงินชราภาพมาตรา 40 อีกจำนวน 100.60 บาท รวมเป็นเงินโดยประมาณ 10,276.44 บาท

       

        ภายหลังลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุแล้ว นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน และคณะ ยังได้เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจผู้บาดเจ็บที่นอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ซึ่งที่นี่มีผู้บาดเจ็บมาเข้ารับการรักษาตัวทั้งหมด 17 ราย เป็นประชาชนทั่วไป 9 ราย ผู้ประกันตน 8 ราย ในจำนวนนี้แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว 5 ราย ที่เหลืออีก 3 รายยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ซึ่งในส่วนของผู้ประกันตนที่ได้รับบาดเจ็บสำนักงานประกันสังคมจังหวัดชลบุรีได้แจ้งสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนและญาติทราบเกี่ยวกับสิทธิค่ารักษาพยาบาลที่จะได้รับตามจ่ายจริงจนสิ้นสุดการรักษา และเงินทดแทนจากสำนักงานประกันสังคม ในการหยุดพักรักษาตัวตามคำสั่งแพทย์ เพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับความช่วยเหลือตามสิทธิประโยชน์ต่อไป